กินเงินส่วนแบ่ง เปิดตัวเลขที่แมนซิตี้จะได้รับถ้าซานโช่ซบแมนยู

กินเงินส่วนแบ่ง เดลี่ เทเลกราฟ สื่อของเกาะอังกฤษ เจาะจง ถ้าเกิดดีลย้ายซบ แมนฯ ยูไนเต็ด ของ เจดอน ซานโช่

กินเงินส่วนแบ่ง ไม่มีอะไรบกพร่อง แมนฯ ซิตี้ ก็จะได้ส่วนแบ่งจากดีลนี้ 11.2 ล้านปอนด์ ข้างหลังเคยทำข้อตกลงที่กำลังจะได้ส่วนแบ่งก้อนหนึ่งถ้าหาก ดอร์ทมุนด์ ตกลงใจขายหน้าแข้งคนประเทศอังกฤษ

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอดสมาคมที่เวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จะได้เงินส่วนแบ่ง 11.2 ล้านปอนด์ (โดยประมาณ 448 ล้านบาท) จากการที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซื้อ เจดอน ซานโช่ ปีก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ไปร่วมกองทัพ ตามรายงานของ เดลี่ เทเลกราฟ สื่อชั้นแนวหน้าของเมืองผู้ดี กีฬาขี่ม้า

กินเงินส่วนแบ่ง

แมนฯ ยูไนเต็ด กลายเป็นข่าวสารตามล่าตัว ซานโช่ มาเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน และก็ปัจจุบันมันก็มีกระแสข่าวว่าพวกเขาบรรลุกติกาข้อตกลงสำคัญๆกับทาง ดอร์ทมุนด์ ได้เป็นที่เรียบร้อบแล้ว

โดยค่าจ้างสำหรับเพื่อการย้ายกลุ่มจะอยู่ที่ 72.9 ล้านปอนด์ (ราวๆ 2,916 ล้านบาท) รวมทั้งการย้ายกลุ่มจะเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการภายหลัง ซานโช่ เสร็จสมบูรณ์ภารกิจกับกลุ่มชาติอังกฤษในศึก ยูโร 2020

ดังนี้ ซานโช่ เคยอยู่กับอะคาเดมี่ของ แมนฯ ซิตี้ มาก่อน และก็ในตอนที่เขาย้ายจาก “เรือใบสีฟ้า” ไปอยู่กับ ดอร์ทมุนด์ เมื่อปี 2017 นั้น มันมีการทำข้อตกลงที่ แมนฯ ซิตี้ จะได้ส่วนแบ่งปริมาณ 15 เปอร์เซ็นต์

หากว่า “เสือเหลือง” ตกลงใจขายลำแข้งวัย 21 ปีด้วย นอกเหนือจากนี้ วัตฟอร์ด กลุ่มแรกที่ ซานโช่ เคยเล่นให้ในระดับอะคาเดมี่นั้น ก็จะได้เงินส่วนแบ่งจากการย้ายกลุ่มของ ซานโช่ 2.19 ล้านปอนด์ (ราว 87.6 ล้านบาท) เช่นเดียวกัน

แดนนี่ มิลล์ส กำหนด เจดอน ซานโช่ ไม่สมควรจะไปซบ แมนฯ ยูไนเต็ด ถ้าเกิดกองทัพ “ปีศาจแดง” ยังส่งผลงานที่น่าผิดหวังจำพวกที่เพียงแค่ติดท็อปโฟร์ก็ยังทำไม่ไหว ชี้ ช่วงนี้ ซานโช่ กำลังอยู่ในตอนเวลาสำคัญที่จะเริ่มไป สู่ตอนพีค ของเขาเองแล้ว ดูบอลสด

กินเงินส่วนแบ่ง

แดนนี่ มิลล์ส อดีตกาลตัวบุกปีกขวา ชาวอังกฤษ แสดงความศรัทธาว่า เจดอน ซานโช่ ปีกดาวรุ่งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ไม่สมควรย้ายไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถ้าเกิดอีกข้างยังไม่มีภาวะที่ดี พอเพียงจะกลับ ไปลุ้นแชมป์ได้

ซานโช่ กลายเป็นข่าวสารกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ตั้งแต่ตอน ซัมเมอร์ก่อนหน้านี้ ที่ผ่านมาแล้ว และก็ระยะหลัง มานี้กระแสข่าวระหว่าง “ปีศาจแดง” กับปีกกลุ่มชาติอังกฤษ ก็ร้ายแรงขึ้นมาอีกที สมควรเป็นดาวเด่น

โดยหลายข้าง ถึงกับขนาดคิดว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ได้โอกาสดีเยี่ยม ที่สุดที่กำลังจะได้ ซานโช่ ไปร่วมกองทัพ หากเขาจะ กล่าวลาถิ่น ซิกนัล อิดูน่า พาร์ค จริงๆ

มิลล์ส ซึ่งเคยอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาก่อนนั้น เปิดเผยว่า “ถ้าผมเป็น เจดอน ซานโช่ ผมก็น่าจะถามพวกเขาว่า -พวกท่านจะซื้อคนไหนกันอีก ?

พวกท่านคิดที่ จะเซ็นสัญญากับผู้ใดกันแน่ ? ในฤดูกาลหน้าขุมกำลังจะคืออะไร ? พวกท่านจะเป็นกลุ่มลุ้นแชมป์ได้จริงๆรึเปล่า ? คนใดจะเป็นกุนซือ ? โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จะได้คุมกลุ่มต่อไหม ?-”

“เดี๋ยวนี้เขากำลัง อยู่ในตอนขาขึ้น เขาอยากได้แชมป์ โน่นเป็นสิ่ง ที่จำเป็นที่สุด นี่พวกเรากำลังเอ่ยถึงความน่า จะเป็นที่เขา จะย้ายออกจากกลุ่ม ที่สุดยอดมากมายๆกันอยู่ เขาผ่านตอนปรับปรุงฝีเท้าของตนแล้ว

ช่วงนี้เขากำลังเริ่ม ไปสู่ตอน ที่ยอดเยี่ยม ของการพัฒนาตนเอง แล้วก็เขาก็ ต้องการที่จะให้มันเป็นช่วงๆปีที่ ยอดเยี่ยมของเขา มันไม่มีสาระอะไรหรอก ถ้าเกิดจะไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงฤดูกาลหน้า ถ้าเกิดพวกเขา จะจบฤดูด้วย เป็นเพียงแค่ที่ 6 หรือที่ 7”

เปิดประวัติโกเซนส์ ลำแข้งกลุ่มชาติเยอรมนีแม้กระนั้นไม่เคยเล่นในบุนเดสฯ

เปิดประวัติโกเซนส์  ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาพวกเราบางทีอาจได้ทราบจะ โรบิน โกเซนส์

เปิดประวัติโกเซนส์ ในฐานะนักเตะที่เคยเข้าไปขอแลกเปลี่ยนเสื้อกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในเกม วัวขว้าง อิตาเลีย ที่ อตาลันต้า กระหน่ำ ยูเวนตุส 3-0 เมื่อปี 2019

โดยไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เจ้าตัวออกมาเห็นด้วยว่ารู้สึกอายที่เคยถูก โรนัลโด้ เมินหน้าแลกเปลี่ยนเสื้อ แม้กระนั้น จากเกมปัจจุบัน ลำแข้งกราบซ้ายวัย 26 ปีได้ระเบิดฟอร์มพาทีมชาติเยอรมนี เอาชนะกลุ่มชาติประเทศโปรตุเกส ของ โรนัลโด้ 4-2 ในศึก ยูโร 2020 รอบแบ่งกลุ่ม กีฬาขี่ม้า

ซึ่งสำหรับความเป็นมาของ โกเซนส์ ถือว่าน่าสนใจมากมาย บิดาของเขาเป็นคนเยอรมัน ส่วนแม่เป็นของชาวดัตช์ โดย โกเซนส์ กำเนิดที่ ไรน์เวสต์ฟาเล่น ใน เยอรมนี ที่อยู่ห่างจากชายแดนติด เนเธอร์แลนด์ 500 เมตร และก็เขาก็ถือสองชนชาติเป็น ด๊อยท์ช รวมทั้ง ชาวฮอลแลนด์

เปิดประวัติโกเซนส์

โกเซนส์ ต้องการตามรอยตาของตนด้วยการเป็นตำรวจ แต่ทว่าเขาตรวจสุขภาพไม่ผ่านเพราะขาสองข้างยาวแตกต่างกัน

พอเพียงโตขึ้นมาอายุได้ 17 ปี โกเซนส์ เข้าไปอยู่ เฟาเอฟแอล เรห์เด้ กลุ่มสมัครเล่นใน เนเธอร์แลนด์ โดยที่ไม่เคยอยู่ในศูนย์ฝึกฝนอะคาเดมี่มาก่อน และก็เกมแรกที่ลงเล่นก็ถูกแมวมองจับตา ซึ่ง โกเซนส์ ได้เปิดเผยว่าที่จริงก่อนลงเตะเกมนั้นเขาท่องเที่ยวผับกับสหาย แล้ววันพรุ่งนี้ก็มาเตะบอลต่อ

ถัดมาข้างหลังจบเกมเกมบิ๊กแมตช์ ที่ เรห์เด้ บุกเอาชนะ เคลเว่ 3-1 โดย โกเซนส์ ทำ 1 ประตู 1 แอสซิสต์ พร้อมเรียกจุดลูกโทษให้กับกลุ่มได้ มีชายคนหนึ่งเข้ามาเชื้อเชิญให้ไปทดลองฝีเท้ากับ วิเทสส์ อาร์เน่ม ดูบอลสด

เปิดประวัติโกเซนส์

โกเซนส์ เคยไปทดลองฝีเท้ากับ โบรุสเซียร์ ดอร์ทมุนด์ แม้กระนั้นขณะนั้นเขาทำผลงานได้ไม่ดีนัก ต่อจากนั้น 1 ปีก็เลยย้ายไปสู่รั้ว วิเทสส์ รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ตอนปี 2012 และก็อีก 3 ปีถัดมาถูกขายถัดไปให้ เฮราเคิลส์ อัลเมโล่ ด้วยค่าตอบแทน 200,000 ยูโร หรือราวๆ 7.4 ล้านบาท

ข้างหลังเล่นให้ เฮราเคิ่ล 60 นัดหมายทำเป็น 4 ประตู ไปสู่ตอนกลางปี 2017 โกเซนส์ ย้ายมาอยู่ อตาลันต้า ด้วยค่าตอบแทนที่กระโจนจากเดิมถึง 5 เท่า(1.17 ล้านยูโร)

ตอนนี้ นอกเหนือจากการเป็นนักเตะอาชีพให้กับ อตาลันต้า แล้ว โกเซนส์ ยังเล่าเรียนระยะไกลในสาขาจิตวิทยา ทั้งก่อนที่จะเขาจะถูก โยอาคิม เลิฟ เรียกกลุ่มชาติเยอรมนี ชุดใหญ่ เมื่อส.ค. ปี 2020 โกเซนส์ เคยถูก โรนัลด์ คูมัน โค้ชกลุ่มชาติเนเธอร์แลนด์ ในช่วงเวลานั้นเชื้อเชิญไปเล่นให้ในชื่อ “อัศวินสีส้ม” แม้กระนั้นเขาไม่ยอมรับกลับไปเพื่อรับใช้ตรา “อินทรีเหล็ก” เบื้องหน้าอกข้างซ้าย ฟอร์มเข้าตา

โรบิน โกเซนส์ สตาร์ทีมชาติเยอรมนี ระบุชัด ท่องเที่ยวนี้ตนมิได้ขอแลกเปลี่ยนเสื้อกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กัปตันกลุ่มชาติประเทศโปรตุเกส ข้างหลังช่วยกองทัพ “อินทรีเหล็ก” กระซวก “ฝอยทองคำ” 4-2 ในศึก ยูโร 2020 พร้อมกำหนดเป็นเกมที่ความจำสำหรับตน

โรบิน โกเซนส์ ตัวบุกปีกซ้ายจอมบุกกลุ่มชาติเยอรมนี การันตีว่า ตนมิได้ขอแลกเปลี่ยนเสื้อกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แนวรุกกัปตันกลุ่มชาติประเทศโปรตุเกส ข้างหลังจบเกม ยูโร 2020 นัดหมายบิ๊กแมตช์ ที่กองทัพ “อินทรีเหล็ก” เอาชนะ “ฝอยทอง” 4-2 เมื่อวันเสาร์ที่ 19 เดือนมิถุนายน ก่อนหน้าที่ผ่านมา

ดังนี้ เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โกเซนส์ พูดสารภาพอย่างไม่อ้อมค้อมว่า รู้สึกอายที่เคยถูก โรนัลโด้ ไม่ยอมรับแลกเปลี่ยนเสื้ออย่างไม่ใยดี ข้างหลังจบเกม โคปปา อิตาเลีย รอบก่อนรองชนะเลิศ ที่ อตาลันต้า ถล่ม ยูเวนเหม็นตุส 3-0 เมื่อช่วงปลายม.ค. ปี 2019

“วันนี้ผมมิได้ขอเสื้อเขา เพราะว่าผมต้องการสุขสบายกับชัยของกลุ่มมากยิ่งกว่า” จอมบุกวัย 26 ปี กล่าว ข้างหลังถูกผู้สื่อข่าวถามคำถามว่า คราวนี้ได้ขอแลกเปลี่ยนเสื้อกับ โรนัลโด้ ไหม

เกมนี้ โกเซนส์ โชว์ฟอร์มได้เด่น จนได้รางวัล “สตาร์ ออฟ เดอะ แมตช์” ซึ่งเจ้าตัวเห็นด้วยว่า เป็นเกมที่ความจำอย่างยิ่งจริงๆ “แน่ๆว่า มันเป็นยามค่ำคืนที่ลืมไม่ลงสำหรับผม พวกเราเอาชนะกลุ่มที่แกร่งมากมายๆแล้วก็ผมเองก็ทำแต้มแรกในทัวร์นาเมนต์ได้ แถมแอสซิสต์ได้ด้วย ผมแฮปปี้และก็พึงใจมากมายๆ”

กี่พันล้านก็ไม่ปล่อย ผู้สื่อข่าวเทียร์1เปิดเผยต้นสายปลายเหตุเชลซี-หงส์แดงวืดหนูจู๊ด

กี่พันล้านก็ไม่ปล่อย กูรูฟุตบอลระดับเทียร์1 เปิดเผยเหตุผล เชลซี รวมทั้ง หงส์แดง จะวืดคว้าตัว จู๊ด เบลลิงแฮม กองกลางอนาคตไกล ดอร์ทมุนด์

กี่พันล้านก็ไม่ปล่อย ฟาบริสิโอ โรมาโน่ นักข่าวสายลูกหนังมีชื่อ รับรองว่า โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ กลุ่มดังในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน จะไม่ขาย จู๊ด เบลลิงแฮม มิดฟิลด์ดาวรุ่งกลุ่มชาติอังกฤษ ในตอนซัมเมอร์นี้อย่างแน่แท้ เนื่องมาจากมีความเห็นว่าเป็นนักฟุตบอลสำคัญที่ไม่สามารถที่จะสัมผัสได้ และก็จะเป็นทรัพย์สินที่ล้ำค่าของสมาพันธ์

ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา มีกล่าวว่า หงส์แดง รวมทั้ง เชลซี พอใจที่จะคว้าตัว เบลลิงหมูแฮม วัย 17 ปี ไปเสริมกองทัพในซัมเมอร์นี้ โดย “สิงห์บลูส์” พร้อมทุ่มค่าตอบแทนให้ถึง 100 ล้านปอนด์ (ราว 4,300 ล้านบาท) อย่างยิ่งจริงๆ อย่างไรก็ดี ดูท่า เกือบจะไม่มีช่องทางเลยที่กำลังจะได้ย้ายมาเล่นใน พรีเมียร์ลีก ฤดูหน้า กีฬาขี่ม้า

กี่พันล้านก็ไม่ปล่อย

โรมาโน่ ซึ่งได้รับการยกย่องว่ามีความเที่ยงตรงมากมายสุดคนหนึ่งในเรื่องตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนนักฟุตบอลยุคนี้ ทวีตเนื้อความผ่าน ทวิตเตอร์ ว่า

” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ คิดว่า จู๊ด เบลลิงหมูแฮม เป็นนักฟุตบอลที่ไม่อาจจะแตะได้ในตอนเปิดตลาดซัมเมอร์นี้ หากแม้มีข่าวสาร เชลซี แล้วก็ชมรมอื่นๆใน พรีเมียร์ลีก อยากได้เขาก็ตาม คาดว่าเขาจะอยู่กับ ดอร์ทมุนด์ ถัดไป”

ดังนี้ เบลลิงแฮม ย้ายจาก เบอร์มิงแฮม สิตี้ มาอยู่กับ ดอร์ทมุนด์ เมื่อปีที่ผ่านมา ด้วยค่าจ้าง 25 ล้านปอนด์ (ราว 1,075 ล้านบาท) ก่อนทำผลงานได้อย่างดียิ่งข้างหลังลงเล่นใน บุนเดสลีกา ฤดูกาลนี้ 27 เกม ทำเป็น 1 ประตู แล้วก็ขึ้นชั้นไปติดกลุ่มชาติอังกฤษชุดใหญ่แล้ว 2 นัดหมาย ดูบอลสด

ในตลาดซื้อ-ขายนักฟุตบอลรอบสอง ตอนม.ค.นี้นั้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลุ่มดังที่เวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กลายเป็นข่าวสารกับนักฟุตบอลหลายราย

ตัวอย่างเช่น บรูโน่ แฟร์นันด์ส กองกลางกัปตันกลุ่ม สปอร์ติ้ง ลิสบอน, เอดินสัน คาวานี่ แผงหน้า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, มุสซ่า เดมเบเล่ ศูนย์หน้า โอลิมปิก ลียง อื่นๆอีกมากมาย แต่ว่าผู้ที่น่าแปลกใจที่สุดคงเป็น จู้ด เบลลิงหมูแฮม กองกลางวัยเพียงแต่ 16 ปีของ เบอร์มิงแฮม สิตี้ กลุ่มในระดับ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ

ว่ากันว่า เบลลิงแฮม มีแววเด่นมากมายๆจนถึงหลายทีมยักษ์ใหญ่ในทวีปยุโรปต่างก็สนใจในตัวเขา โดยนอกเหนือจาก แมนฯ ยูไนเต็ด แล้วนั้น มันก็ยังมี หงส์แดง, บาร์เซโลน่า, บาเยิร์น มิวนิค แล้วก็ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่อยากได้ เบลลิงแฮม ด้วยเหมือนกัน ซึ่งปัจจุบัน สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาชั้นหนึ่งของเมืองผู้ดีก็เปิดเผยว่า แมนฯ ยูไนเต็ด อยากได้มิดฟิลด์ดาวรุ่งรายนี้มากมายๆจนกระทั่งยื่นข้อเสนอระดับเกิน 30 ล้านปอนด์เพื่อสู่ขอเขาไปแล้ว

กี่พันล้านก็ไม่ปล่อย

ดังนี้ มันเป็นจำนวนเงินที่สูงมากมายๆเมื่อพิจารณาถึงการที่ เบลลิงหมูแฮม ยังมิได้ข้อตกลงแบบนักฟุตบอลอาชีพด้วย (ตามกฎแล้วนักฟุตบอลในอังกฤษจะเซ็นสัญญาอาชีพได้ก็เมื่ออายุ 17 ปี)

และก็ยังมิได้พิสูจน์ตนเองในลีกสูงสุดเลย แม้ว่าจะได้ลงเล่นให้กลุ่มชุดใหญ่ของ เบอร์มิงแฮม ในฤดูกาลนี้โดยตลอดก็ตาม รวมทั้งวันนี้พวกเราจะมาทำความรู้จักถึงเจ้าหนูรายนี้กัน

เบลลิงหมูแฮม กำเนิดในเมืองสตัวร์บริดจ์ ในเทศเขตเวสต์ มิดแลนด์ส อังกฤษ รวมทั้งเป็นลูกชายคนโตของ มาร์ค เบลลิงแฮม สำหรับคนสามัญแล้วนั้น มันก็ไม่แปลกที่จะไม่มีผู้ใดรู้จัก มาร์ค ด้วยเหตุว่าอาชีพธรรมดาของเขาเป็นเพียงแต่นายสิบประจำที่ทำการตำรวจของเขตเวสต์ มิดแลนด์ส เพียงแค่นั้น โซลชายังหวังรั้ง

อย่างไรก็แล้วแต่ ผู้ที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงบอลระดับนอกลีกจะรู้จัก มาร์ค ในระดับหนึ่ง เนื่องจากว่าพ่อของ จู้ด เป็นตำนานของแวดวงบอลระดับนอกลีก

จากการที่เคยยิงได้ถึงราว 700 ลูก จากการลงเล่น 850 นัดหมาย โดยเขายังสำรวจเล่นให้กับราว 15 ชมรมด้วย อาทิเช่น ลีมิงตัน, ซัตตัน โคลด์ฟิลด์ แล้วก็ สตัวร์บิดรจ์ ฯลฯ ซึ่ง เบลลิงแฮม ก็มาเป็นนักเตะสะกดรอยพ่อของเขา

จัดคิวจำต้อง อีกหนึ่งแมตช์ รับสมาชิกจัดการ ในศึกพรีเมียร์ลีก

จัดคิวจำต้อง จะกลับมาสู่สภาพการณ์ธรรมดา หรือยังตกอยู่ในห่วงวิกฤติถัดไป

จัดคิวจำต้อง ฟอร์มของ “เดอะ เร้ดส์” ปัจจุบันนี้ อยู่ในตอนขาลงมากๆ แม้กระนั้น ด้วยศักยภาพ สำหรับการปลุกขวัญแรงใจของ คล็อปป์ จะมีผลให้

บรรดาผู้ร่วมทีมของเขากลับมาสู่ฟอร์มที่สุดยอดอีกรอบ จัดคิวจำต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การได้เล่นในบ้านที่เป็นสนามเหย้า สุดเต็มไปด้วยมนต์ขลังของพวกเขา ทวงจ่าฝูงเสร็จ

  • มาติป ลุ้นกลับมาลงสนาม โชต้า รอต่อไป

ภายหลังที่จำต้องอาศัย จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ลงมาปฏิบัติภารกิจเป็นกองหลังตัวกลาง ร่วมกับ ฟาบินโญ่ ทำให้ “ลิเวอร์พูล” จำต้องใช้มิดฟิลด์เป็นกองข้างหลังชั่วคราว

ในแมตช์ปัจจุบันที่เปิดรังแอนฟิลด์ เสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบบไม่มีสกอร์ งานนี้พวกเขาบางทีก็อาจจะได้ โฌเเอล กลับมาปฏิบัติหน้าที่หลักซะที

มาติป โดนการบาดเจ็บพรากไปนานแทบเดือน ข้างหลังได้รับบาดเจ็บตรงต้นขาหนีบจากเกมลีกนัดหมายที่ ทำเป็นแค่เปิดบ้านเสมอ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 1-1 ซึ่งแน่ๆว่านี่เป็นปัญหาโลกแต่ว่าที่ จะต้องปรับแก้แบบเกมต่อเกม

ไม่ว่าจะคือการใช้นักฟุตบอลดาวรุ่งอย่าง ริส วิลเลี่ยมส์ กับ นาธาเนียล ฟิลลิปส์ ลงเล่นคู่กับ ฟาบินโญ่ หรือการถอย “เฮนโด้” มายืนเป็นปราการหลังตัวกลาง ซึ่งผลงานที่ออกมาก็มิได้ขี้เหร่ เพราะเหตุว่า 4 เกมลีกก่อนหน้านี้พวกเขาเสียเพียงแค่ 2 ประตูเพียงแค่นั้น

หากแม้แนวรับจะพิการแม้กระนั้นพวกเขายังคงรักษาเกมยอมรับได้เหนียวแน่น เพราะฉะนั้นเมื่อได้ กลับมายืนในตำแหน่งประจำอีกรอบ

คาดว่ากลุ่มคงจะเล่นได้อย่างเหนียวแน่นเยอะขึ้น แม้กระนั้นก็จำต้องลุ้นอย่างให้ จอมบุกชาวแคเมอรูน เกิดอาการเดี้ยงซ้ำซากอีกทีก็พอเพียง

จัดคิวจำต้อง

  • พิสูจน์แนวรุกยังมีค่าขู่กองหลังคู่แข่ง

จำต้องสารภาพว่าเดี๋ยวนี้ไม่ใช่ช่วงเวลาดีๆที่สุดสำหรับการไล่ล่าตาข่ายของ ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แล้วก็ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่

ด้วยเหตุว่าฟอร์มการทำประตูของพวกเขาอยู่ในตอนวิกฤติอย่างไม่น่าเชื่อ แล้วก็โน่นทำให้อีกทั้งสามคนกำลังเจอปัญหาเรื่องภาวะจิตใจ

ผลงานการไม่มีประตูในเกมรุกของ “ลิเวอร์พูล” จัดว่าทรุดโทรมที่สุดเป็นครั้งแรกนับจากปี 2005 ที่พวกเขาไม่สามารถทำประตู 3 เกมติดต่อกัน ฉะนั้นนี่เป็นฟอร์มที่น่ากังวลอย่างมากสำหรับ 3 ผสาน “หิน เหล็ก ไฟ” อย่างแท้จริง

นอกเหนือจากนั้นผลงานของ “เดอะ เร้ดส์” ยังตกอับสุดๆตั้งแต่แมื่อวันคริสต์มาสลุกลามมาจนกระทั่งกลางเดือนมกราคม พวกเขาสะกดคำว่าชนะไม่เป็นเลย 4 เกมลีกต่อเนื่องกัน

ที่สำคัญพวกเขาจำเป็นต้องบากบั่นที่จะหลีกเลี่ยงการทำประตูมิได้ 4 เกมต่อเนื่องกันด้วย ซึ่งเหตุนี้เคยเกิดมาแล้วเมื่อฤดู 1999/2000

ด้วยเหตุนี้สิ่งที่ จะต้องทำก็คือการเรียกความมั่นใจจาก มาเน่, ซาลาห์ แล้วก็ ฟีร์มีโน่ กลับมาอีกที เนื่องจาก ถ้าทั้งยังสามคนสามารถจ่ายบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายได้ โน่นคงจะเป็นสัญญาณที่ดีที่กำลังจะได้มองเห็นพวกเขากลับมาเป็น 3 ผสานเพชฌฆาตอีกที

  • แดนกลางกลับมาแข็งแกร่งเหมือนเดิม

การที่กลุ่มควรต้องใช้มิดฟิลด์มายืนเป็นกองข้างหลังทำให้แผงกองกลางของ “ลิเวอร์พูล” ค่อนข้างขาดความแข็งแกร่งไปอย่างยิ่งจริงๆ รวมทั้งแน่ๆว่านั่นทำให้ประสิทธิภาพในการเผาผลาญคู่ปรปักษ์ตัดทอนลงไปมาก

คล็อปป์ จำเป็นต้องใช้ ฟาบินโญ่ ยืนเป็นกองหลังตัวกลาง ชั่วครั้งคราว จนตอนนี้เกือบจะถาวรไปแล้ว เนื่องจากว่า

ไม่มีปราการหลังตัวกลาง ที่มีประสบการณ์ แถมในยามที่ มาติป เจ็บ ในแมตช์ใหญ่ก็จำต้องขยับ เฮนเดอร์สัน มายืนคู่กับ ตัวรุกชาวบราสิเลียน กีฬาขี่ม้า

ด้วยเหตุผลดังกล่าวก็เลยทำให้ดินแดนกึ่งกลางของ “เดอะ เร้ดส์” ขาดพลังเคลื่อนเกมบุกไปมากมาย ที่สำคัญ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ไม่ค่อยได้โอกาสได้เล่นเกมบุกอย่างอิสระ

เพราะว่าจำต้องรอช่วยเกมรับของกลุ่ม เพราะว่า จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม ต้องแบกรับทั้งยังการเชื่อมเกม รวมทั้งรอตัดเกม ทำให้ จอมบุกกลุ่มชาติสเปน จำเป็นต้องมาช่วยแบ่งเบาภาระ ลำแข้งเลือดดัตช์

เพราะฉะนั้นถ้าเกิด มาติป หายเจ็บกลับมายืนเซนเตอร์แบ็ก โน่นทำให้ เฮนเดอร์สัน จะได้มาประจำการที่ถนัดของตน แล้วก็คงจะช่วยขับเคลื่อนแดนกลางของแชมป์เก่าให้น่ากลัวเพิ่มมากขึ้น ที่สำคัญ ติอาโก้ จะได้มีอิสระสำหรับเพื่อการเล่นเกมบุกอย่างมาก

จัดคิวจำต้อง

  • ไม่เพอร์เฟกต์ แต่ยังไม่ได้หายนะ

เสียงวิจารณ์ที่ว่าในขณะนี้ หงส์แดง กำลังอยู่ในตอนหายนะ ดูเหมือนว่าหลายๆคนค่อนจะเชื่อ ด้วยเหตุว่าผลงานที่บอกให้เห็นมันออกจะแน่ชัดว่า กำลังวิกฤติ เนื่องจากกลุ่มไม่สามารถที่จะเก็บชัยได้เลยในเกมลีก 4 แมตช์ต่อเนื่องกัน

อย่างไรก็ดี การันตีด้วยตัวเองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมิได้ร้ายแรงน่ากลัวอย่างที่หลายๆคนวิภาควิจารณ์ แต่ว่าก็สารภาพกลุ่มมิได้อยู่ในตอนที่เพอร์เฟกต์

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกมรุกที่บางทีอาจจะอยู่ในตอนสนิมเกาะแข้ง แต่ว่าเรื่องศักยภาพยังคงอันตราย เพียงจะต้องปรับเรื่องความแน่ใจแค่นั้น ดูบอลสด

แน่ๆว่าการที่ นายใหญ่ชาวเยอรมัน ออกมากล่าวอย่างนี้ชี้ให้เห็นถึงจิตวิทยาในการกระตุ้นผู้ร่วมทีมได้อย่างดีเยี่ยม เพราะขณะนี้นักฟุตบอล

เริ่มจะมีภาวะจิตใจที่ล่มจมสุดๆและก็การที่เจ้าตัวประกาศเชื่อถือในตัวพวกเขา โน่นจะเป็นจุดกลับผลันที่จะมีผลให้ฟอร์มเก่งของกลุ่มคืนมาอีกรอบ

  • ชัยชนะเพื่อกลับมาสู่การลุ้นแชมป์

เกมจัดการกับ เบิร์นลี่ย์ ไม่ใช่แค่ความมุ่งมั่นที่ หงส์แดง จำต้องคว้าแชมป์ให้ได้แค่นั้น แม้กระนั้น 3 แต้มในแมตช์นี้ จะทำให้เกิดจุดเปลี่ยนแปลงของกลุ่ม และก็ยังช่วยทำให้พวกเขาได้กลับมาอยู่ในสถานะหนึ่งในสมาคมที่ท้าทายชิงโทรฟี้พรีเมียร์ลีก อีกรอบ

แน่ๆว่าบรรดานักเตะ “เดอะ เร้ดส์” ต่างตั้งใจจริงที่จะเรียกฟอร์มเก่งคืนกลับมาให้เร็วที่สุด เพื่อคว้า 3 คะแนนในเกมนี้ให้ได้ เพราะว่ามันจะเป็นการปลอบขวัญแรงใจกลับมาสู่กลุ่ม รวมทั้งสร้างความมั่นใจสำหรับเพื่อการสู้กับกลุ่มนำตอนที่เหลืออยู่ของฤดูกาลนี้

จังหวะที่ “ลิเวอร์พูล” จะบรรลุผลสำเร็จในเกมนี้ค่อนจะมีสูง เนื่องจากว่า แอนฟิลด์ เป็นสนามที่ยังคงได้รับการเล่าขาน

ว่าสุดแกร่งเมื่อใดก็ตาม หงส์แดง ลงเล่นตรงนี้ แล้วก็พวกเขายังสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นในเกมลีกมายาวนาน 68 แมตช์ หรือตั้งแต่เมษายน 2017