สตรีรุ่นใจแกร่ง เป็นหน้าให้มากกับเมืองสยาม และยังมีชื่อเสียงจากพ่อแม่

สตรีรุ่นใจแกร่ง

สตรีรุ่นใจแกร่ง จารึกลงบนหน้าประวัติศาสตร์บทใหม่

สตรีรุ่นใจแกร่ง สงสัยกันว่า อะไรเป็นแรงผลักดัน ให้สาวน้อย ผู้เติบโตขึ้นมา ภายใต้การเลี้ยงดูของ 2 บุคลากรชั้นยอดเยี่ยม จากฟากฝั่งบันเทิง

เลือกเดิน บนเส้นทางสาย “กีฬา” แทนที่จะ แปลงเป็นลูกไม้ หล่นใต้ต้นมายา ดีกรี ความรู้ความเข้าใจ ของสาวน้อยคนนี้ โดดเด่นแล้วก็กำลัง เป็นที่น่าจับตามอง

เสียงซอเล่าว่า เบื้องต้น ความชื่นชอบทางด้านกีฬา เริ่มมาจากการปลูกฝัง ของคุณพ่อแล้วก็คุณแม่ ที่อยากใช้กีฬา เป็นสื่อการสอน ให้ลูกสาวอีกทั้ง 2 คน (พี่สาวเป็น สายลับ เลิศรัตนชัย) รู้จักแนวทาง การดำรงชีวิต ในสังคมโลก ลือเล่าอ้างถึง

“ป๊ะป๋ามักบอกอยู่เสมอว่า กีฬาจะเป็น สิ่งที่ช่วยสอน ทุกสิ่งทุกอย่าง ในชีวิตของคนเรา ไม่ว่าจะเป็นการรู้จักแพ้ รู้จักชนะ มีความสามัคคี มีความสม่ำเสมอ มีความทรหดอดทน

ด้วยเหตุนั้น พวกเราสองพี่น้อง ก็เลยถูกปลูกฝัง ให้เล่นกีฬามา ตั้งแต่เด็กๆ จนตอนนี้ ความรู้สึกที่มีต่อกีฬา ได้ปรับปรุงเปลี่ยนเป็นความรัก ที่ไม่อาจจะขาดได้อีกแล้วในชีวิต”

ก่อนหน้า ที่เสียงซอจะ แปลงเป็นสาวน้อย น่าพิศวง ที่วงการขี่ม้าไทย ประตูสู่ ทางสายกีฬาของคุณไม่ได้เปิดออกบนข้างหลังม้าอะไร

ทั้งยังยังมิได้เริ่ม จากบนบกเสียด้วยซ้ำ เหตุเพราะกีฬาชนิดแรก ที่ทำให้บุตรสาวผู้ที่ 2 ของตระกูลเลิศรัตนชัย ชื่นชอบสุดสุด หมายถึง “ว่ายน้ำ”

จ๊อกกี้ วัย 17 ย้อนเรื่องราวในอดีตให้ฟัง ว่า ตนเองลงสระว่ายน้ำ อย่างเอาจริงเอาจัง ทุกวี่ทุกวัน “ยามเช้า-เย็น” ตั้งแต่เรียนอยู่ ชั้นอนุบาล 2

จนกระทั่ง ชั้นประถม 2 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวได้ว่า ตลอดชีวิต ห้วงดังที่กล่าวถึงมาแล้ว ไม่มีพื้นที่ว่าง ให้อะไรนอกเหนือจาก การว่ายเพียงอย่างเดียว

แม้กระนั้นภายหลังจากเสียงซอย้ายไปอยู่ “โรงเรียนแฮร์โรว์อินเตอร์เนชั่นแนล สคูล” ในช่วงปี 3 ของวัยประถมศึกษา วิสัยทัศน์ทางกีฬาของสาวน้อยคนนี้ได้ถูกทำให้กว้างขึ้นอีกหลายเท่าตัว

จากการได้ลงไปหัดเล่น กีฬาประเภทอื่นๆ เป็นต้นว่า บอล, วอลเลย์บอล, กรีฑา, บาสเกตบอล รวมทั้งขี่ม้า เนื่องจากว่า ทางโรงเรียนบังคับ ให้นักกีฬา 1 คนจำต้อง ลงเล่น ให้ได้อย่างต่ำ 2 จำพวกเป็นขั้นต่ำ

สตรีรุ่นใจแกร่ง

ฟังจาก บทสัมภาษณ์ ก็พอเดาได้ว่า เธอเป็นคนที่มีความพยายาม

“ตอนที่เรียนอยู่แฮร์โรว์แรกๆ ซอเล่นกีฬาหนักมากมาย และก็เล่นทุกชนิด ทั้งยังรุ่งเช้า ทั้งยังเย็น แม้กระนั้น ก็ไม่รู้จักสึกถูกใจ กีฬาไหนมากมาย เป็นพิเศษ ที่สนใจหน่อย อาจเป็นการว่ายน้ำ กีฬาขี่ม้า

แม้กระนั้น เพียงพอว่ายไป สักระยะหนึ่ง การแข่งขันชิงชัย เริ่มใหญ่ขึ้น เนื่องจากว่า พวกเราเป็นคนตัวเล็ก ก็เลยเริ่ม เสียเปรียบคนอื่นๆ มากยิ่งขึ้น พวกเราออกแรง 2 เท่า จะเท่ากับ เขาออกแรงเท่าเดียว

ด้วยเหตุนี้ ตอนอายุ 9-10 ขวบ ก็เลยหันมาตั้งใจจริง กับการขี่ม้า เป็นหลัก ด้วยเหตุว่า กีฬาประเภทนี้ ไม่มีกำแพง ทางด้านสรีระ เพศ และก็อายุ”

ถ้าเกิดยังจำกันได้ ในโอลิมปิก 2012 ในกรุงลอนดอน นักกีฬาขี่ม้า ชาวญี่ปุ่นนาม “ฮิโรชิ โฮเกตซึ” ยังสามารถ คว้าสิทธิ์ร่วม การแข่งขันได้ ด้วยอายุอานามถึง 70 กะรัต

เพราะฉะนั้น นี่ก็เลยเป็นเครื่องรับประกันชั้นดี ของความเท่าเทียม ในกีฬาขี่ม้า ทั้งยังเป็น “เสน่ห์” และ “เอกลักษณ์” ที่ทำให้เสียงซอ ตกหลุมรัก การควบขี่อาชา ผ่านเครื่องกีดขวางจนถึง ถอนตัวไม่ขึ้น

“การขี่ม้าจำเป็น ต้องใช้ทั้งยังม้า แล้วก็คนไม่มีความได้เปรียบ เสียเปรียบ ทางด้านกายภาพ  คือเรื่องของ ประสบการณ์ล้วนๆ คนใดสามารถ รวมม้ากับคน เป็นอันหนึ่ง อันเดียวกันได้เยอะที่สุด คนนั้นก็ได้โอกาส ที่กำลังจะได้รับ ความมีชัยสูงที่สุด ในการชิงชัย

สิ่งจำเป็นอยู่ที่ การติดต่อสื่อสาร ระหว่างคนกับม้า แน่ๆว่าเขาคุย กับพวกเรามิได้ ด้วยเหตุดังกล่าว พวกเราก็เลย ควรจะเป็นข้างเข้าไปหาเขาเพื่อทำความเข้าใจในทุกช่องทาง ให้เขาได้พร้อม ที่จะไปกับพวกเราได้ ทุกการแข่งขัน” ดูบอลสด